กล้วยไข่

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Muss (AA group)Kluai Khai

ชื่อสามัญ : Pisang Mas

 S-Matrix-Pisang-Mas

แหล่งปลูกที่เหมาะสม

สภาพพื้นที่

– พื้นที่ดอน หรือพื้นที่ราบ ไม่มีน้ำท่วมขัง

– ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,200 เมตร

– มีแหล่งน้ำธรรมชาติ หรืออยู่ในเขตชลประทาน

– การคมนาคมสะดดวก

ลักษณะดิน

– ดินร่วน, ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนปนทราย

– มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำดี

– ระดับน้ำใต้ดินลึกมากกว่า 75 เซนติเมตร

– ค่าความเป็น กรด-ด่าง ของดินระหว่าง 5.0-7.0 (pH)

สภาพภูมิอากาศ

– อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ระหว่าง 25-35 องศาเซนเซียส

– ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตรต่อปี

– ไม่มีลมแรงพัดผ่านเป็นประจำ

– มีแสงแดดจัด

แหล่งน้ำ

– มีน้ำใช้เพียงพอตลอดฤดูปลูก

– เป็นแหล่งน้ำสะอาด ค่าความเป็น กรด-ด่าง ของน้ำระหว่าง 5.0-9.0 (pH)

การปลูก

การเตรียมดิน

– วิเคราะห์ดิน เพื่อประเมินค่าความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารพืชในดิน และความเป็น กรด-ด่าง ของดิน ปรับสภาพดินตามคำแนะนำก่อนปลูก

– ไถพรวน ตากดินไว้ประมาณ 1 เดือน เพื่อลดการระบาดของศัตรูพืช

– คราดเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง

ฤดูปลูก

– ช่วงเวลาการปลูก ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ประมาณเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน

วิธีการปลูก

– ปลูกด้วยหน่อใบแคบที่มีคามสมบูรณ์ดี

– เตรียมหลุมปลูกขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร

– รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกอัตรา 5 กิโลกรัมต่อหลุม คลุกเคล้ากับดินรองก้นหลุมปลูก ถ้ามีการไว้หน่อ (ratoon) เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไปอีก 1-2 รุ่น

– ระยะปลูก (1.5-1.75) x 2 เมตร เป็นการปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเพียงครั้งเดียว แล้วรื้อปลูกใหม่ 2 x 2 เมตร เป็นการปปลูกสำหรับไว้ตอหรือหน่อ (ratoon) เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตของหน่อ (ratoon) อีก 1-2 รุ่น

– การปลูก วางหน่อพันธุ์ที่หลุมปลูกให้ลึก 25-30 เซนติเมตร โดยจัดวางหน่อพันธุ์ให้ด้านที่ติดกับต้นแม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน กลบดินลงหลุมปลูกและกดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

การดูแลรักษา

การพรวนดิน

ภายหลังปลูกกล้วยไข่ประมาณ 1 เดือน ควรรีบทำการพลิกดินให้ทั่วทั้งแปลงปลูก เพื่อให้ดินเก็บความชื้นจากน้ำฝนไว้ให้มากที่สุด และเป็นการกำจัดวัชพืชไปด้วย ขณะที่รากกล้วยยังขยายไปไม่มากนัก

การให้น้ำ

– ในฤดูฝน เมื่อฝนทิ้งช่วง เมื่อสังเกตหน้าดินแห้งและเริ่มแตก ควรรีบให้น้ำ

– ในฤดูแล้ง เริ่มให้น้ำตั้งแต่หมดฝน ประมาณปลายเดือน มกราคม-พฤษภาคม

วิธีการให้น้ำ

ใช้วิธีปล่อยให้น้ำไหลเข้าไปในแปลงย่อยเป็นแปลง ๆ เมื่อดินมีความชุ่มชื่นดีแล้ว จึงให้แปลงอื่นต่อไป

การเก็บเกี่ยว

ปกติหลังจากตัดปลีแล้วประมาณ 45 วัน เป็นเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยว ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ผลกล้วยอาจแตก และสุกคาต้น หรือที่ชาวสวนเรียกว่ากล้วยสุกลม รสชาติไม่อร่อย สีและผิวกระด้างไม่นวลสวยเหมือนที่นำไปบ่ม

กล้วยไข่ที่ตกเครือในช่วงฤดูหนาว ซึ่งผลจะแก่ช้ามีผลทำให้อายุการเก็บเกี่ยวต้องยาวนานออกไปถึง 50-55 วัน หลังตัดปลี

อัตราการใช้ (เอส-แมททริกซ์) กับ กล้วยไข่

1 ฝา = 15 ซี.ซี. (จำนวนครั้งที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของพืช)

s-matrix-durian

กรณีแช่เมล็ดพันธุ์หรือฉีดพ่นต้นพันธุ์

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่เมล็ดพันธุ์/แช่ท่อนพันธุ์/ฉีดพ่นท่อนพันธุ์)

ครั้งที่ 1 และ 2 (ทุกๆ 7 วัน)

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปใช้

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 3 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 4 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 5

สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 2 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 3 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 4 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 5 ใช้ 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อแนะนำ

– กรณีใช้เอส-แมททริกซ์พร้อมกันหลายสูตร สามารถใช้ในปริมาณสูตรละ 7.5 ซี.ซี.ได้ (ยกเว้นเอส-แมททริกซ์ สูตร 5 ใช้อัตรา 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

– ห้ามใช้เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 และ อส-แมททริกซ์ สูตร 5 กับพืชต้นอ่อน หรือเพิ่งงอก

– กรณีที่พืชโตแล้ว เริ่มต้นการใช้ตามโปรแกรมด้านบน