มะม่วง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mangifera indica L.

ชื่อสามัญ : Mango

 S-Matrix-Mango

สภาพพื้นที่ที่เหมาะสม

 ควรเป็นพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 10-300 เมตร

 ปลูกได้ทั้งพื้นที่ดอนและที่ลุ่ม น้ำไม่ท่วมขัง

 พื้นที่มีความลาดเอียงไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์

 มีการคมนาคมและการขนส่งมะม่วงได้สะดวก

ลักษณะดิน

 ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำได้ดี

 มีความเป็นกรดปานกลางถึงด่างเล็กน้อยประมาณ 5.5-7.5 ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมะม่วงมีความสามารถในการเจริญเติบโต และให้ผลผลิตได้ดีในความสภาพที่เป็นกรด-ด่าง ของดินที่ค่อนข้างจะกว้าง

สภาพภูมิอากาศ

 อุณหภูมที่เหมาะสมเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 20-34 องศาเซลเซียส

 ต้องการช่วงแล้งก่อนการออกดอกประมาณ 2 เดือน และอุณหภูมิต่ำประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องกันประมาณ 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับพันธุ์

 มะม่วงบางพันธุ์ ไม่ต้องการอุณหภูมิต่ำเพื่อกระตุ้นการสร้างตาดอก เช่น พันธุ์ที่มีนิสัยออกดอกทะวาย

 ปริมาณน้ำฝนที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 700-1,500 มิลลิเมตรต่อปี และการตกของฝนกระจายตัวสม่ำเสมอในฤดูฝน

การเก็บเกี่ยว

อายุการเก็บเกี่ยว

อายุการเก็บเกี่ยวมีผลต่อคุณภาพมะม่วง และระยะเวลาการวางจำหน่าย รวมทั้งการยอมรับจากผู้บริโภค อายุเก็บเกี่ยวสำหรับมะม่วงเพื่อการบริโภคสด ต้องเก็บเมื่อผลแก่แต่ยังไม่สุก นั้นคือมะม่วงมีพัฒนาการทางสรีระมากเพียงพอ ที่จะสามารถสุกได้เป็นปกติ สังเกตุได้จากปัจจัยต่างๆ ได้แก่

 นวลที่ผิว รูปทรง สีของผลและสีของเนื้อ

 จำนวนวันหลังจากติดผลหรือแทงช่อดอกจนถึงเก็บเกี่ยว ได้ข้อมูลจากการประมาณการของปีก่อนๆแต่สภาพอากาศมีส่วนให้เกิดความคลาดเคลื่อนของวันเก็บเกี่ยวได้

 ทดสอบโดยการนำมะม่วงแช่น้ำ มะม่วงแก่ความถ่วงจำเพาะจะมากกว่าน้ำจึงจมน้ำ

วิธีการเก็บเกี่ยว

 ใช้วิธีการปฏิบัติในขณะทำการเก็บเกี่ยวอย่างระมัดระวัง ต้องทำให้มะม่วงเกิดแผลรอยขีดข่วน แตก หรือ เกิดการชอกช้ำ

 กรณีของมะม่วงเพื่อแปรรูป หากต้องมีการเขย่าต้น ต้องอย่าให้มะม่วงตกกระแทกพื้น ต้องมีผ้าใบหรือวัสดุรองรับเพื่อลดการกระแทก และปนเปื้อนเศษดิน

 ใช้วิธีเก็บเกี่ยวให้เหลือขั้วผลยาว ป้องกันน้ำยางไหลจากผล

 มีภาชนะรองรับเพื่อสะดวกในการขนย้ายมะม่วง ภาชนะที่ใช้ควรมีวัสดุรองรับแรงที่เกิดจากการกระแทกในระหว่างที่กระทำการขนย้ายมะม่วง เช่น ตะกร้าพลาสติกสำหรับผลไม้ที่สามารถวางซ้อนกันได้โดยไม่กดทับมะม่วงในตะกร้าที่อยู่ชั้นล่าง

 รีบนำมะม่วงที่เก็บเกี่ยวแล้วเข้าที่ร่มและเย็นระหว่างรอการเก็บเกี่ยวให้เสร็จ

 รีบขนย้ายมะม่วงทั้งหมดไปเก็บไว้ในโรงเรือนคัดบรรจุ เพื่อปฏิบัติการหลังการเก็บเกี่ยว

อัตราการใช้ (เอส-แมททริกซ์กับ มะม่วง

1 ฝา = 15 ซี.ซี. (จำนวนครั้งที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของพืช)

Smatrix-snaturcool

กรณีแช่เมล็ดพันธุ์หรือฉีดพ่นต้นพันธุ์

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่เมล็ดพันธุ์)

ครั้งที่ 1 และ 2 (ทุกๆ 7 วัน)

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปใช้

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 3 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 4 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 5

สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 2 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 3 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 4 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 5 ใช้ 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อแนะนำ

– กรณีใช้เอส-แมททริกซ์พร้อมกันหลายสูตร สามารถใช้ในปริมาณสูตรละ 7.5 ซี.ซี.ได้ (ยกเว้นเอส-แมททริกซ์ สูตร 5 ใช้อัตรา 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

– ห้ามใช้เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 และ อส-แมททริกซ์ สูตร 5 กับพืชต้นอ่อน หรือเพิ่งงอก

– กรณีที่พืชโตแล้ว เริ่มต้นการใช้ตามโปรแกรมด้านบน