ทานตะวัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Helianthus annuus

ชื่อสามัญ : 

 s-matrix-helianthus-annuus

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับทานตะวัน

พื่นที่ดอน หรือที่ลุ่มไม่มีน้ำท่วมขัง มีความลาดเอียงไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์

 ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 500 เมตร

 ดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว หรือดินเหนียว มีการระบายน้ำ และถ่ายเทอากาศดี

 ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ 800-1,200 มิลลิเมตรตลอดปี

 ดินควรมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง มีอินทรีย์วัตถุไม่ต่ำกว่า 1 เปอร์เซนต์

♥ ค่าความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 6.0 – 7.5

♥ อุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 18 – 35 องศาเซลเซียส

การปลูก

การเตรียมพื้นที่

 ในสภาพไร่ ไถดะลึก 30 -35 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7 วัน แล้วไถพรวนดินด้วยผาน 7 อีกครั้งหนึ่ง

♥ ในสภาพนาไถดะลึก 20 – 25 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7 วัน แล้วไถพรวนดินด้วยผาน 7 อีกครั้ง ยกร่องปลูก อาจเป็นร่องสำหรับ ปลูกแถวเดียว หรือ แถวคู่ โดยยกร่องกว้าง 1.5 เมตร

ฤดูปลูก

  ในสภาพไร่ ปลูกในช่วงปลายฤดูฝน เดือน กันยายน – กลางเดือนตุลาคม มีปริมาณน้ำฝนตกกระจ่ายสม่ำเสมอตลอดช่วงฤดูปลูก 400 – 600 มิลลิเมตร

 ในสภาพนา ปลูกในช่วงฤดูแล้ง เดือนตุลาคม – เดือนธันวาคม

♥ ในสภาพไร่ที่มีน้ำชลประทาน สามารถปลูกได้ในช่วงดังกล่าวได้เช่นกัน

วิธีปลูก

ระยะปลูก

 ระยะปลูก 75 x 25 เซนติเมตร หยอดเม็ด 2 เมล็ด ต่อ หลุม ลึก 4-5 เซนติเมตร แล้วกลบหลุม ถอนแยกให้เหลือ 1 ต้น ต่อหลุม หลังงอกแล้ว 10 วัน รวมประมาณ 8,533 ต้นต่อไร่

การดูแลรักษา

การให้น้ำ

 ในสภาพนา หรือสภาพไร่ การปลูกในช่วงฤดูแล้ง โดยการให้น้ำชลประทาน ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอในปริมาณ 30-35 มิลลิเมตรต่อครั้ง ทุกๆ 10-14 วัน และหยุดให้น้ำเมื่อสิ้นสุดระยะสร้างเมล็ด หรือประมาณ 20-25 วัน หลังดอกบานแล้ว รวม 6-7 ครั้งตลอดฤดูกาลปลูก

 ในกรณีที่ให้น้ำตามร่องระหว่างแถวปลูก ควรให้น้ำสูงในระดับ 2 ใน 3 ของระดับความลึกของร่อง หลังให้น้ำแล้ว ไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมแปลงปลูก เกิน 24 ชั่วโมง

การเก็บเกี่ยว

1. เก็บเกี่ยวทานตะวันตามช่วงอายุของพันธุ์ที่ปลูก หรือเมื่ออายุประมาณ 90-120 วัน หรือหลังจากจานดอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแล้วประมาณ 7-14 วัน โดยใช้กรรไกรตัดจานดอก โดยเลือกเฉพาะดอกที่สมบูรณ์

วิธีการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยว

♥ นำจานดอกที่เก็บเกี่ยวแล้วตากแดด 1-2 แดด บนลานซีเมนต์ หรือตาก บนผืนผ้าใบและคลุมกองจานดอกทานตะวันด้วยผืนผ้าใบ ในเวลากลางคืน เพื่อป้องกันน้ำค้าง

♥ บรรจุเมล็ดที่ได้ในกระสอบปานที่ไม่ชำรุด สะอาด

♥ ตัดแต่งปากกระสอบให้เรียบร้อย และเย็บปากกระสอบด้วยเชือกฟาง

♥ ควรวางกระสอบที่บรรจุเมล็ดทานตะวันในที่ร่ม บนพื้นที่ที่มีแผ่นไม้รอง

อัตราการใช้ (เอส-แมททริกซ์กับ ทานตะวัน

1 ฝา = 15 ซี.ซี. (จำนวนครั้งที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของพืช)

 ข้าวโพด-smatrix

กรณีแช่เมล็ดพันธุ์หรือฉีดพ่นต้นพันธุ์

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่เมล็ดพันธุ์/แช่ท่อนพันธุ์/ฉีดพ่นท่อนพันธุ์)

ครั้งที่ 1 และ 2 (ทุกๆ 7 วัน)

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปใช้

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 3 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 4 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 5

สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 2 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 3 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 4 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 5 ใช้ 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อแนะนำ

– กรณีใช้เอส-แมททริกซ์พร้อมกันหลายสูตร สามารถใช้ในปริมาณสูตรละ 7.5 ซี.ซี.ได้ (ยกเว้นเอส-แมททริกซ์ สูตร 5 ใช้อัตรา 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

– ห้ามใช้เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 และ อส-แมททริกซ์ สูตร 5 กับพืชต้นอ่อน หรือเพิ่งงอก

– กรณีที่พืชโตแล้ว เริ่มต้นการใช้ตามโปรแกรมด้านบน