มะนาว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Citrus aurantifolia (Christm.) Swingle

ชื่อสามัญ : Common lime

lemon

มะนาวเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินทราย แต่ถ้าต้องการจะปลูกมะนาวให้เจริญงอกงามดี มีผลดกและคุณภาพดี ก็ควรจะปลูกในพื้นที่ที่เป็นดินร่วนซุย มีการระบายน้ำได้ดี มีอินทรีย์วัตถุผสมอยู่มาก และควรเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ

การเตรียมพื้นที่ปลูก

  1. พื้นที่ลุ่ม เตรียมพื้นที่โดยการทำคันดินให้มีความกว้างประมาณ 6-8 เมตร ส่วนสูงให้สังเกตจากปริมาณน้ำที่เคยท่วมสูงกว่า แนวระดับน้ำท่วม 50 เซนติเมตร แทงร่องหรือซอยร่องทำประตูน้ำ เพื่อระบายน้ำเข้า-ออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5×5 เมตร
  2. พื้นที่ดอน ควรไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช และทำให้ดินร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4×4 – 6×6 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบรูณ์ของดิน

 

วิธีการปลูก

  1. ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน
  2. ควรขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร
  3. ผสมดิน ปุ๋ยคอก สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม
  4. ยกถุงกล้าต้นมะนาววางลงในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่าระดับดินปากหลุมเล็กน้อย
  5. ใช้มีดที่คมกรีดจากก้นถุงขึ้นมาจนถึงปากถุงทั้ง 2 ด้าน (ซ้ายและขวา)
  6. ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังอย่าให้ดินแตก
  7. กลบดินที่เหลือลงในหลุม
  8. กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น
  9. ปักไม้หลักแล้วผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลมพัดโยก
  10. หาวัสดุคลุมดินบริเวณโคนต้น เช่นฟางข้าว หญ้าแห้ง
  11. รดน้ำให้โชก พร้อมทำร่มเงา เพื่อช่วยพรางแสงแดด

lime

การปฏิบัติดูแลรักษา

  1. การใช้น้ำ ต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ปลูกใหม่ๆ ควรให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างน้อย (กรณีฝนไม่ตก) หลังจากปลูกประมาณ 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง และควรหาวัสดุคลุมดินบริเวรโคนต้น เพื่อช่วนรักษาความชื้น ควรเริ่มงดให้น้ำ ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม เป็นต้นไป จนถึงช่วงออกดอก เพื่อให้มะนาวสะสมอาหารให้สูงถึงระดับที่สามารถสร้างตาดอกได้ ปกติมะนาวจะออกดอกเดือนเมษายน-พฤษภาคม หลังจากมะนาวออกดอก และกำลังติดผลอ่อน เป็นช่วงที่มะนาวต้องการน้ำมาก เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของผล
  2. การค้ำกิ่ง เมื่อมะนาวใกล้ผลิดอกออกผล ต้องมีการค้ำกิ่งให้กับต้นมะนาวด้วย เพื่อป้องกันกิ่งมะนาวฉีกหัก หรือฉีกขาด โดยเฉพาะในช่วงติดผล และยังช่วยลดความเสียหาย เนื่องจากโรคและแมลงได้ โดยวิธีค้ำกิ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ

วิธีที่ 1

การค้ำกิ่งโดยการใช้ไม้รวกหรือไม้ไผ่ทำเป็นง่าม สอดเข้ากับกิ่งมะนาว ให้ปลายอีกด้านหนึ่งวางตั้งรับน้ำหนักของกิ่งที่อยู่บนพื้นดิน แล้วใช้เชือกผูกมัดกิ่งไว้

วิธีที่ 2

การค้ำกิ่งแบบคอกหรือนั่งร้าน โดยเอาไม้มาทำนั่งร้าน รูปสี่เหรียมรอบๆต้นมะนาว เพื่อรองรับกิ่งใหญ่ๆของมะนาวไว้ อาจทำเป็น 2-3 ชั้น แล้วให้กิ่งพาดอยู่ที่ชั้นใดก็ได้ ซึ้งวิธีนี้จะมั่นคงทรทาน และใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าวิธีแรก

3. การตัดแต่งกิ่ง  เพื่อให้มะนาวมีทรงพุ่มสวยและให้ผลดก ปราศจากการทำลายของโรคและแมลง การตัดแต่งกิ่งควรทำหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว โดยตัดกิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้ง กิ่งที่ไม่มีประโยชน์ออกให้หมด แล้วนำไปเผาทำลาย อย่าปล่อยทิ้งไว้ตามโคนต้น เพราะจะทำให้เป็นแหล่งสะสมโรคได้

อัตราการใช้ (เอส-แมททริกซ์) กับ มะนาว

1 ฝา = 15 ซี.ซี. (จำนวนครั้งที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของพืช)

s-matrix-organic-fertilizer

กรณีแช่เมล็ดพันธุ์หรือฉีดพ่นต้นพันธุ์

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่เมล็ดพันธุ์/แช่ท่อนพันธุ์/ฉีดพ่นท่อนพันธุ์)

ครั้งที่ 1 และ 2 (ทุกๆ 7 วัน)

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปใช้

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 3 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 4 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 5

สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 2 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 3 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 4 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 5 ใช้ 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อแนะนำ

– กรณีใช้เอส-แมททริกซ์พร้อมกันหลายสูตร สามารถใช้ในปริมาณสูตรละ 7.5 ซี.ซี.ได้ (ยกเว้นเอส-แมททริกซ์ สูตร 5 ใช้อัตรา 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

– ห้ามใช้เอส-แมททริกซ์ สูตร